สมาคม ไทย-ญี่ปุ่น

ประวัติสมาคมไทย-ญี่ปุ่น

สมาคมไทย-ญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2478 โดยชาวไทยและชาวญี่ปุ่นที่พำนักอยู่ในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมมิตรภาพระหว่างชนทั้ง 2 ชาติ เมื่อเริ่มแรกใช้ชื่อว่า “ญี่ปุ่น-สยามสมาคม” มีพระยาสฤษดิ์การบรรจง เป็นนายกสมาคมคนแรก และมีพระองค์เจ้าอาทิตยาภาทิพอาภา เป็นนายกสมาคมกิตติมศักดิ์ สมาคมฯ ได้หยุดการดำเนินกิจกรรมเป็นระยะเวลาหนึ่ง ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

จนกระทั่งในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2511 ชาวไทยและชาวญี่ปุ่น ซึ่งโดยมากเป็นสมาชิกอยู่แต่เดิมได้ขอจดทะเบียนฟื้นฟูสมาคมฯ ขึ้นอีกครั้ง ภายใต้ชื่อ “สมาคมญี่ปุ่น-ไทย” โดยมีพระยามไหสวรรย์ เป็นนายกสมาคม ต่อมาเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2523 สมาคมฯ ได้เปลี่ยนชื่อจาก “สมาคมญี่ปุ่น-ไทย” เป็น “สมาคมไทย-ญี่ปุ่น” และดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน


สารจากนายกสมาคมไทย-ญี่ปุ่น

สมาคมไทย-ญี่ปุ่นก่อตั้งขึ้นในปี 2478 และเป็นส่วนหนึ่งของ ความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น มากว่า 70 ปี โดยเริ่มแรกได้ใช้ชื่อว่า “ญี่ปุ่น-สยามสมาคม” จนถึงปัจจุบัน สมาคมฯ มีสมาชิกกว่า 200 ราย ทั้งที่เป็นสมาชิกประเภทนิติบุคคล และบุคคลธรรมดา บทบาทสำคัญของสมาคมไทย-ญี่ปุ่น คือการสร้างเสริมความสัมพันธ์ทางด้านธุรกิจ และสังคมระหว่างนักลงทุนไทย-ญี่ปุ่นให้เข้มแข็ง

ด้วยตระหนักดีว่าความสัมพันธ์ทางสังคม ธุรกิจ และวัฒนธรรมมีความสำคัญต่อการทำธุรกิจ และ การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสอง สมาคมไทย-ญี่ปุ่น จึงได้กำหนดรูปแบบการดำเนินกิจกรรมของสมาคมใน 4 กลุ่ม ได้แก่ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ กิจกรรมด้านสังคม กิจกรรมด้านการศึกษา และการอนุรักษ์หมู่บ้านญี่ปุ่น กิจกรรมของสมาคมไทย-ญี่ปุ่น ที่ได้จัดไปแล้วก่อนหน้านี้ ได้แก่ การจัดงาน โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้ให้เกียรติกล่าวสุนทรพจน์ให้แก่สมาชิก และผู้สนใจทั่วไปเข้าร่วมฟังในงาน “นายกทักษิณพบนักธุรกิจญี่ปุ่น” เมื่อเดือนตุลาคม 2545 รวมทั้งการจัดการกล่าวปาฐกถาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งจากภายในประเทศไทย และประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ข้อมูลที่ทันเหตุการณ์ในหัวข้อทางด้านการเมือง และเศรษฐกิจแก่สมาชิก และผู้สนใจทั่วไป

จากกิจกรรมที่มีความหลากหลาย และความต้องการข้อมูลข่าวสารของสมาชิกสมาคมฯ รวมทั้งของผู้สนใจทั่วไป อีกทั้งในภาวะที่ความต้องการติดต่อสื่อสารทางอินเตอร์เน็ทเพิ่มมากขึ้น สมาคมไทย-ญี่ปุ่นจึงได้จัดทำโฮมเพจของสมาคมฯ ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เพื่อให้บริการข้อมูลการดำเนินกิจกรรมของสมาคมฯ โดยสมาคมฯ จะได้ขยายขอบเขตของเนื้อหา และข้อมูลในโฮมเพจเพื่อให้สามารถสะท้อนถึงความต้องการของสมาชิกในการสร้างความสัมพันธ์ และบรรยากาศทางธุรกิจระหว่างไทย-ญี่ปุ่นในประเทศไทยอย่างแท้จริงในอนาคต

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโฮมเพจของสมาคมไทย-ญี่ปุ่น จะเป็นแหล่งข้อมูลทางธุรกิจและสังคม ที่เป็นประโยชน์ ที่จะสร้าง และรักษาไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจและการลงทุนระหว่างทั้งสองประเทศต่อไป

 

 

 

 

คุณกลินท์ สารสิน
นายกสมาคมไทย-ญี่ปุ่น